บทความ · teedinrimnam.com

ลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต: โอกาส ความเสี่ยง และสิ่งที่นักลงทุนต้องรู้

ภูเก็ตไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แต่คือหนึ่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งจากผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

01

ทำไมภูเก็ตถึงน่าลงทุน

ภูเก็ตเป็นเกาะท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากกว่า 10 ล้านคนต่อปีในช่วงก่อน COVID และกำลังฟื้นตัวแข็งแกร่งอีกครั้ง ความต้องการที่พักทั้งระยะสั้นและระยะยาวจึงสูงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ภูเก็ตยังได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต โครงการรถไฟฟ้า และการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือน้ำลึก ซึ่งล้วนส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ชาวต่างชาติจากรัสเซีย จีน ยุโรป และออสเตรเลีย ยังคงสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตในฐานะบ้านพักตากอากาศหรือที่อยู่อาศัยระยะยาว ทำให้ตลาดมีความหลากหลายและมีสภาพคล่องสูง

10M+
นักท่องเที่ยวต่อปี (pre-COVID)
6–10%
Rental yield เฉลี่ยต่อปี
Top 3
ตลาดอสังหาฯ ยอดนิยมในอาเซียน

02

ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจในภูเก็ต

คอนโดมิเนียม — เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากกฎหมายไทยอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองห้องชุดได้ไม่เกิน 49% ของโครงการ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2–3 ล้านบาทสำหรับห้องขนาดเล็ก ไปจนถึงหลักสิบล้านสำหรับ penthouse ติดทะเล

วิลล่าและบ้านพักตากอากาศ — ให้ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าสูงกว่าคอนโดในช่วง high season โดยเฉพาะวิลล่าที่มีสระว่ายน้ำส่วนตัวในทำเลติดทะเลหรือใกล้ชายหาดยอดนิยม ราคาตั้งแต่ 10–100 ล้านบาท

ที่ดิน — มีศักยภาพสูงสำหรับการพัฒนาในอนาคต แต่ต้องระวังเรื่องกรรมสิทธิ์และข้อจำกัดทางกฎหมายสำหรับผู้ซื้อต่างชาติเป็นพิเศษ

โรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็ก — เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง มักให้ผลตอบแทนสูงในช่วง high season แต่บริหารจัดการซับซ้อนกว่า


03

ทำเลยอดนิยมในภูเก็ต

ป่าตอง — ย่านท่องเที่ยวหลัก คึกคักตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อปล่อยเช่าระยะสั้น นักท่องเที่ยวหนาแน่น แต่ราคาที่ดินและอสังหาฯ สูงที่สุด

กมลา และ สุรินทร์ — บรรยากาศสงบกว่าป่าตอง เป็น “Millionaire’s Mile” ของภูเก็ต เหมาะสำหรับวิลล่า luxury ราคาสูง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติกำลังซื้อสูง

เชิงทะเล และ บางเทา — กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีโครงการ Laguna ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างราคาและทำเล

ราไวย์ และ หาดนาย — ฝั่งใต้ของเกาะ บรรยากาศท้องถิ่นมากกว่า ราคายังไม่สูงมาก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหา capital gain ระยะยาว

ทำเลที่ดีที่สุดสำหรับ rental yield คือป่าตองและบางเทา ในขณะที่ทำเลที่มี capital gain สูงในระยะยาวคือเชิงทะเลและพื้นที่ใกล้โครงการพัฒนาใหม่ทางตอนเหนือของเกาะ


04

ผลตอบแทนที่คาดหวังได้

Rental yield — คอนโดทั่วไปในภูเก็ตให้ผลตอบแทนจากค่าเช่าประมาณ 5–8% ต่อปี ในขณะที่วิลล่าที่บริหารผ่านบริษัทจัดการอาจสูงถึง 8–12% ในช่วง peak season แต่ควรคำนวณตลอดทั้งปีรวมช่วง low season ด้วย

Capital gain — ราคาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5–10% ต่อปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะทำเลติดทะเลและพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานใหม่

Guaranteed rental program — โครงการหลายแห่งเสนอผลตอบแทนรับประกัน 5–7% ต่อปีเป็นระยะเวลา 3–5 ปี ซึ่งน่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนมือใหม่ แต่ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการให้ดีก่อน

นักลงทุนที่ซื้อคอนโดในภูเก็ตและปล่อยเช่าผ่านแพลตฟอร์ม short-term rental อาจได้ผลตอบแทนสูงกว่า long-term rental 2–3 เท่า แต่ต้องลงทุนกับการบริหารจัดการมากขึ้นด้วย


05

กฎหมายและข้อจำกัดสำหรับผู้ซื้อ

ชาวไทย — สามารถซื้อทั้งคอนโด บ้าน วิลล่า และที่ดินได้โดยไม่มีข้อจำกัด เป็นกลุ่มที่มีทางเลือกมากที่สุดในตลาด

ชาวต่างชาติ — คอนโด — ซื้อได้ในโควต้าต่างชาติ (Foreign quota) ซึ่งต้องไม่เกิน 49% ของจำนวนห้องในโครงการ และต้องโอนเงินจากต่างประเทศเป็นสกุลเงินต่างประเทศผ่านระบบธนาคาร (Thor.Tor.3)

ชาวต่างชาติ — บ้านและที่ดิน — ไม่สามารถถือครองที่ดินในนามบุคคลต่างชาติได้โดยตรง ทางเลือกที่นิยมได้แก่การถือครองผ่านบริษัทจำกัดไทย การทำสัญญาเช่าระยะยาว (30+30+30 ปี) หรือการถือครองผ่าน Leasehold

ภาษีที่เกี่ยวข้อง — ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%) หรืออากรแสตมป์ (0.5%) ค่าธรรมเนียมโอน (2%) และภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับผู้ขาย ซึ่งควรศึกษาให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ


06

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง

Oversupply ในบางทำเล — โครงการคอนโดในภูเก็ตเปิดตัวใหม่จำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำเลบางแห่งอาจมี supply เกิน demand ส่งผลให้ค่าเช่าและราคาขายไม่เป็นไปตามที่คาด

ผู้พัฒนาโครงการที่ไม่น่าเชื่อถือ — มีกรณีที่โครงการล้มหรือไม่ได้มาตรฐานตามที่โฆษณา ควรตรวจสอบประวัติผู้พัฒนา สัญญา และความคืบหน้าการก่อสร้างก่อนวางมัดจำ

ปัญหาการบริหารจัดการ — การปล่อยเช่าระยะสั้นต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด หากไม่มีบริษัทบริหารที่ดี อาจส่งผลต่อผลตอบแทนและสภาพทรัพย์สิน

ความผันผวนของการท่องเที่ยว — รายได้จากการเช่าขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวโดยตรง เหตุการณ์เช่น COVID-19 แสดงให้เห็นว่าตลาดอาจได้รับผลกระทบรุนแรงในช่วงวิกฤต


07

สรุป: ภูเก็ตเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน

ภูเก็ตเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ที่รวมทั้ง lifestyle และผลตอบแทนเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยที่ต้องการบ้านพักตากอากาศพร้อมปล่อยเช่าสร้างรายได้เสริม หรือนักลงทุนต่างชาติที่มองหาทรัพย์สินในตลาดท่องเที่ยวระดับโลก

กุญแจสำคัญคือการเลือกทำเลให้ตรงกับเป้าหมาย ตรวจสอบผู้พัฒนาโครงการให้รอบคอบ และเข้าใจข้อจำกัดทางกฎหมายก่อนตัดสินใจลงทุน การปรึกษาทนายความและนายหน้าอสังหาฯ ที่มีประสบการณ์ในภูเก็ตโดยเฉพาะจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากครับ

สนใจลงทุนอสังหาฯ ในภูเก็ต?
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ริมน้ำและชายทะเล
ติดต่อเรา